รู้ก่อนขอกู้บ้าน LTV คืออะไร และประกันภัยมีความสำคัญยังไง | วางแผนการเงินส่วนบุคคล สำหรับผู้เริ่มต้น |Loan+Insurance Part 4

มาถึง part 4 Part สุดท้ายของเรื่อง วางแผนการเงินส่วนบุคคลกันเเล้ว (เย้)
งั้นมาเริ่มกันเลยครับบบ

สินเชื่อ (Loan)

น่าจะเคยได้ยินกันเเน่นอน สักวันเราคงต้องเกี่ยวข้องกับมัน เพราะเมื่อเราจะซื้อของใหญ่ เช่น บ้านหรือรถ น้อยคนที่จะซื้อด้วยเงินสด พวกเราส่วนมากจึงต้องใช้บริการกัน

ส่วนที่มีพอเเต่ไม่ใช้เงินสดซื้อ เพราะอาจจะคำนวนค่าเสียโอกาส ในการนำเงินสดนั้นไปลงทุนอาจจะได้ผลตอบเเทนมากกว่า(อยากเป็นกลุ่มนี้บ้าง555)

สินเชื่อที่ต้องนำมาคิดในเเผนด้วยเนื่องจาก สามารถทำเป็นเป้าหมายระยะกลางได้ เพื่อเราวางแผนเตรียมเงิน เช่น บ้าน หรือ คอนโด มือหนึ่ง มีผ่อนดาวน์ก็จริงเเต่มีก็ต้องมีเงินในการตกเเต่งบ้านต่างๆ

บ้านมือสองอาจจะเก็บเยอะหน่อย เพราะต้องมีวางเงินตาม LTV (Loan to Value)

  • LTV (Loan to Value) คือ อัตราสินเชื่อสูงสุดที่ทางธนาคารเเห่งประเทศไทยได้มีกำหนดมา โดยมีรายละเอียดดังนี้เลยครับ
image

(สามารถดูเพิ่มได้ที่ https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/loan/mortgages/ltv-home-loan )

ส่วนวิธีการหา LTV

จำนวนเงินกู้/ราคาสินทรัพย์ x เปอร์เซนต์ตามเงื่อนไข

เช่น ราคาบ้าน 1,000,000 เป็นบ้านหลังที่ 2 จากตารางสามารถกู้ได้ 90% = 900,000 บาท ต้องวางแผนมีเงินอีก 10% ในการซื้อบ้านหลังนี้คือ 100,000 บาท

ส่วนเทคนิคการผ่อนทำให้หมดเร็วขึ้นสามารถ เข้าไปกดตามลิ้งค์ที่เเปะไว้เพื่อลองปรับ งวด เงินต้น งวดผ่อน ซึ่งจะมีตารางเเสดงให้ดูด้วยว่าเเต่ละงวดส่งเเล้วเหลือเท่าไหร่ (เห็นภาพๆ)

image

สามารถลองไปใช้ตามนี้เลยครับ https://www.thaiinterest.com/home-loan/calculator.aspx

ส่วนสุดท้ายคือการไปปรึกษากับธนาคาร Refinance หรือ Retention

  • Refinance คือ แปลตรงตัวคือการขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่เพราะ โดยปกติดอกเบี้ยตามโปรโมชั่นจะเเค่ 3 ปี เเต่จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าจดจำนองใหม่ เเละต้องยื่นเอกสารใหม่ (คือทำเหมือนขอยื่นกู้ครั้งเเรก)
  • Retention คือ การยื่นเรื่องขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ได้เลยเร็วกว่า ไม่ยุ่งยาก

จากตัวอย่างก็จะเห็นว่าถ้าจะมีบ้านสัก 1 หลัง ก็ต้องใส่เป้าหมายของสินเชื่อเข้าไปด้วย เพื่อคำนวนส่วนรายรับ รายจ่าย วางแผนการเงินได้อย่างครบถ้วน

เราขอทวนอีกสักครั้ง ที่เขียนกันมาจาก Part 1-4

  • เป้าหมาย ทำให้เกิดการวางแผนทางการเงิน
  • เงินออม ทำให้ต้องทำ รายรับรายจ่าย
  • ลงทุน ทำให้ต้องศึกษาสินทรัพย์ต่างๆ มาทำให้เราถึงเป้าหมายเร็วขึ้น
  • ภาษี เป็นรายจ่ายที่ต้องมีเพิ่มเติมเเละบริหารลดหย่อน(สำหรับคนที่รายได้ถึงเกณฑ์เเล้ว)
  • สินเชื่อ ทำให้เป็นต้องวางแผนระยะกลางเเละเกี่ยวข้องกับรายรับรายจ่าย

ถ้าเราทำตามแผนที่วางไว้ เงินออม (wealth) ของเราก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ(เย้) เเต่มีอีกส่วนที่ต้องคำนึงถึงด้วยนั้นคือ

ประกันภัย(Insurance)

คิดภาพตามนะครับ ถ้าเกิดเหตุการณ์ รถชน ถ้าเราไม่มีประกัน เราต้องนำเงินออม ของเรามาใช้ ทำให้เป้าหมายที่เราวางไว้ถึงช้า หรือ รวนไปได้เลย

ในมุมเราการทำประกันให้คิดว่าเป็นการ ปกป้องเงินออม ของเรา จากเรื่องไม่คาดคิด ซึ่งเเบบประกันมีเยอะมาก เช่น

ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ

image

การเลือกเราควรเลือกให้ตรงกับแผนการเงินของเราด้วย ถ้าเราไม่มีแผนเราก็จะเลือกตาม product ที่เค้ามีเเทน เเต่ควรเลือกเเบบที่ Fit กับแผนของเราหรือ life style ของเราอันนี้สำคัญมากครับ

ทิ้งท้ายส่วนของประกันภัย ปัจจุบัน ส่วนเเบบประกัน สามารถทำเเบบควบการลงทุนได้ คือ ส่งเบี้ยไป บริษัทก็นำเบี้ยเราไปลงทุนอีกที อยู่ที่เราเลือกความเสี่ยง เเละสามารถ นำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะ

สรุป สรุป สรุป

ตั้งเเต่ Part เเรก ที่เราเคยได้ยิน ศัพท์ต่างๆ เกี่ยวกับการเงิน เเค่เราเข้าใจเเละนำมา เรียงเป็น
การวางแผนการเงิน

ผลลัพธ์ของมันทำให้เรา Action เกี่ยวกับเรื่องเงินได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย

image

หวังว่า หัวข้อ การวางแผนการเงินส่วนบุคคล จะทำให้มีประโยชน์กับเพื่อนกันนะครับไม่มากก็น้อย

อยากให้ทุกคนได้มีเป้าหมายสำหรับตัวเองทุกคน

ขอบคุณครับ

Leave a comment