สงครามยังไม่(มีวัน)จบ อย่างเพิ่งหยุดพิมพ์เงิน

ในทุกวันนี้เราได้ยินข่าวสงคราม มีมาตลอด ล่าสุด ยูเครน
เพิ่งยิงขีปนาวุธใส่รัสเซียอีกครั้งหรือจะเป็นสงครามปาเลสไตน์

คำถามคือสงครามต้องใช้เงินอย่างมากเเละประเทศที่ทำสงครามเอาเงินมาจากไหน
สงครามยิ่งรบนาน ยิ่งใช้เงิน

เเต่ปัจจุบันสงคราม รบกัน 3-4 ปี หรือ เป็น 10 ปี
มาชวนคิดหาคำตอบกัน

สรุป
ไขความลับ “ประวัติศาสตร์สงคราม” ที่ไม่มีวันรู้จบ (ดร.วิทย์ x อ.พิริยะ x คุณเฟิร์น)
คลิปนี้มีคำตอบเเน่นอนครับผม

เอาเงินจากไหนมาทำสงคราม

สมัยโบราณมนุษย์ใช้ เเค่ หอก ดาบ ในการทำสงคราม ซึ่งเป็นการทำสงครามที่มีต้นทุนไม่มาก
เเต่หลังจากปฏิวัติอุตสาหกรรม ต้นทุนในการทำสงครามเริ่มเปลี่ยนไป

ยุคก่อนเป็นยุคในการเกณฑ์คนในการทำสงคราม หรือเรียกว่า conscription
การทำสงครามทุกสงครามต้องใช้เงิน

เเละเเหล่งหาเงินคือ การยืมเงิน
ออกพันธบัตร หรือ War Bond

เช่น ในสมัย รัสเซียกับญี่ปุ่น ทำสงคราม ญี่ปุ่นได้ขอทำ War Bond กับ ตระกูล Rothschild

หรืออีกวิธีการ คือ การขายทรัพย์สิน

เช่น สงคราม นโปเลียน ณ ตอนนั้น ฝรั่งเศส มีพื้นที่อยู่ที่อเมริกา ประมาณ 15 รัฐ ได้ทำการขายให้ทางอเมริกาเป็นเงินจำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ

หรือการกู้เงินธนาคารในการทำสงคราม

สงครามเป็นข้ออ้างในการผลิตเงินมาโดยตลอด โดยรูปแบบของสงครามมี 2 แบบใหญ่ๆคือ

สงครามเเบบปกป้อง
ประชาชนยอมที่จะรวมใจกันช่วยประเทศ เช่น ซื้อ War bond

สงครามเเบบรุกราน
ประเภทนี้จะยากมากที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือ
ซึ่งรัฐบาลจะต้องคิดวิธีการในการได้เงินมาทำสงคราม

สงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษเเละ War Bond

ณ ตอนนั้น อังกฤษช่วยทางฝรั่งเศส เเละ รัสเซีย ในการทำสงคราม กับเยอรมัน อย่างที่ทราบว่า สงครามต้องใช้เงิน

รัฐบาลได้มีการออก War Bond เเต่ประชาชนไม่ให้ความสนใจเนื่องจากต้องไปรุกรานประเทศอื่น ธนาคารจึงตั้งนอมินีขึ้นมาเเละออกข่าวว่าขายดีมาก จนทำให้ประชาชนหลงเชื่อเเละเเห่ซื้อจนหมด

สงครามเริ่มมีต้นทุนที่เเพงขึ้นเริ่มจาก World war 1 เริ่มมีเครื่องจักร รถถัง ในการทำสงคราม
เเต่ World war 2 นั้นถือว่าเป็นการรบที่มี เครื่องจักรเต็มตัว เช่น มีเครื่องบินรบเป็นต้น

เเต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกาได้เป็นมหาอำนาจของโลก
มีระบบการเงินใหม่ Bretton Woods system

บังคับให้ทองคำทั้งหมดมารวมกันที่อเมริกา จุดนี้ถือว่าเป็นการเริ่มผลัดใบระบบการเงินจาก ระบบมาตรฐานทองคำ มาสู่ มาตรฐานดอลล่าร์

โดย 1 ดอลล่าร์ เท่ากับ 35 ทรอยออนซ์
เเละมีการกำหนดค่าเงินกับเงินดอลล่าร์

เช่น 1 ดอลล่าร์ เท่ากับ 2.5 ปอนด์ เป็นต้น

เมื่อใช้ระบบนี้มาเรื่อยๆ ฝรั่งเศสเริ่มเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล
ทางฝรั่งเศสได้ทำการขนเงินเพื่อที่จะเเลกทองคำกับอเมริกา เเต่ ทางอเมริกา ไม่มีทองคำที่จะคืนให้กับ ทางฝรั่งเศส

ในปี 1971
ตอนนั้น ประธานาธิบดี นิกสัน ได้ประกาศยกเลิกการอ้างอิงทองคำ เเละเข้าสู่ระบบการเงินใหม่ทันที โดยเอาทองคำออกจากระบบหรือที่เรียกว่า nixon shock

ดอลล่าร์เป็นสกุลหลักของโลกเเล้ว เมื่อมีการพิมพ์เงิน ทุกประเทศที่ถือดอลล่าร์ก็จะจนลง

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทเอกชน เป็นผู้ผลิตอาวุธ ซึ่งทำให้สงครามมีผลกับโลกของเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้การผลิตอาวุธเป็นสินค้าส่งออก

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2
เเม้โลกเริ่มใช้เงินดอลล่าร์เป็นฐานกันเเล้ว เเต่ยังยึดโยงกับ ทองคำอยู่ ทำให้ประชาชนยังมีส่วนได้ส่วนเสียกับสงครามอยู่

เเต่หลังจากยกเลิกมาตรฐานทองคำไป สงครามกลายเป็นสงครามตัวเเทน เป็นหน้าที่ของ Professional ในการทำสงคราม

รัฐบาลสามารถมีอำนาจพิมพ์เงินในการทำสงครามได้เลย โดยไม่ต้องขอเงินประชาชน มาในรูปแบบ เงินช่วยเหลือ
ไปช่วยประเทศอื่นๆ ขอกันได้ง่ายๆ กู้กับ Lender last resort ได้เลย

ทำให้ความยึดโยงกับประชาชน น้อยลง
เเต่มีสงครามตัวเเทนมากขึ้น

เช่น สงครามเวียดนาม สงครามอัฟกานิสถาน หรือเเม้กระทั่งสงคราม รัสเซีย ยูเครน

ส่วนปัจจัยที่ประชาชนสนใจสงครามน้อยลงเนื่องจาก เทคโนโลยีทหาร ที่เป็นเเบบ ไฮเทคมากขึ้น
ใช้กำลังพลจำนวนน้อย

น้ำมันกับความต้องการดอลล่าร์
อีกช่วงที่เกิดขึ้น เนื่องจากโลกได้ค้นพบพลังงานที่ทั้งโลกนั้นขาดไม่ได้นั้นคือ น้ำมัน
อเมริกานั้นมีความสนิทสนมกับทางกลุ่ม OPEC เเละขอให้ การซื้อขายน้ำมันต้องเเปลงเป็นดอลล่าร์ก่อนเท่านั้น

นี่ทำให้ความต้องการใช้ดอลล่าร์มีมากขึ้นอย่างชาญฉลาด

สภาพคล่องที่ไม่มีประสิทธืภาพจะนำมาสู่ความพังพินาศ
Inflation is a nation buster

นักเศรษฐศาสตร์รู้อยู่เเล้วว่า อยากจะทำลายประเทศไหน ให้สร้างเงินเฟ้อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่
สิ่งที่เเปลกเเละใหม่กว่าคือบอกว่า การมีเงินเฟ้ออ่อนๆเป็นสิ่งที่ดี

เเละส่วนของอุตสาหกรรมทางทหารนั้นถ้ามองจากงบประมาณ อาจจะไม่มาก เเต่จะซ่อนอยู่ที่อื่นๆ
เช่น อยู่ในงานวิจัยต่างๆ เพราะรัฐบาลเป็นคนให้การสนับสนุน กับโครงการเหล่านี้ วิจัยอาหาร ยา เครื่องยนต์
เพราะลูกค้าคือรัฐบาล

อุตสาหรรมเกี่ยวกับ Military Industrail complex เติบโตอย่างมาก
เช่น เหตุการณ์ไปรบที่อัฟกานิสถาน รัฐบาลไม่ได้ไปเองเเต่จ้าง บริษัทเอกชน outsource เป็นคนจัดการทั้งหมด
ซึ่งการทหารแฝงอยู่ในธุรกิจเอกชนทั่วไป มีเงินสะพัดมหาศาล

ทำไมต้องทำสงครามเมื่ออเมริกามีอำนาจทางการทหาร ที่เเข็งเเกร่งอยู่เเล้ว

any spending is good spending
government spending is war

อยากให้ตัวเลข GDP ดีขึ้นก็เเค่ทำสงคราม เบิกเงินช่วยเหลือ GDP ก็ดีตาม
เเละด้วยความเป็นมนุษย์ อำนาจ มีเเล้วก็อยากจะมีเพิ่ม ไม่เคยพอ

ยิ่งพิมพ์เงินทำสงครามคนที่ถือเงิน US ก็ยิ่งเสียอำนาจการจับจ่ายใช้สอยเพราะทุกประเทศมี US เป็นเงินสำรองปล้นเงินจากเราได้ง่ายๆ

เเต่Bitcoin มาเเก้ปัญหาเรื่องการพิมพ์เงินจากรัฐบาล เอาอำนาจการพิพ์เงินออกไป

เเละถ้ารัฐบาลจะทำสงครามก็ต้องมีส่วนร่วมกับประชาชน

สงครามจะเป็นเเบบสั้นลง เพราะต้นทุนสูงเหมือนสมัยก่อน

สรุปสุดท้าย
โลกยังไงก็มีสงคราม เเต่การที่มีระบบการเงินที่เสกเงินได้ทำให้สงครามไม่มีวันจบ !

Leave a comment