รู้ไว้ได้เปรียบกว่า Options Trading คืออะไร

สวัสดีครับ วันนี้อยากมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับ Options

เราได้ไปเรียนกับทาง อ.เอ็ม ติดเล่า เรื่องลงทุน

อยากจะเเชร์สำหรับคนที่สนใจ Options เเต่เพื่อนๆที่ลงทุนมาบ้างน่าจะเคยได้ยิน
เเต่ก่อนอื่นการเทรดลงทุนอยากให้เข้าใจ 3 คำนี้ก่อนนะครับ

Spot , Futures , options

Spot คือ การซื้อขาย สินทรัพย์ ณ เวลาปัจจุบัน ตามราคาปัจจุบัน เช่น BTC มีราคา 95,000$
ในเวปเทรด เรากดซื้อ จะได้ตามราคา

Futures คือ สัญญาซื้อ ขาย สินทรัพย์ล่วงหน้า จะซื้อขายในราคาที่กำหนด เมื่อถึงเวลากำหนด
จะต้องทำการซื้อขายตามนั้น คล้ายๆสัญญาซื้อที่ดิน ที่เราต้องใช้สิทธิ์กันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

เช่น สัญญาจะซื้อ BTC ราคา 90,000$ โดยมีอายุสัญญา 3 เดือน ถ้าวันครบสัญญา BTC ราคา 95,000$ จะต้องขายให้ในราคา 90,000$

หรือ สัญญาขาย BTC ราคา 100,000$ โดยมีอายุสัญญา 3 เดือน ถ้าวันครบสัญญา BTC ราคา 95,000$ จะต้องขายให้ในราคา 100,000$

Options คือ สัญญาที่ผู้จะซื้อขาย เเบบ futures แต่มีจ่ายค่า Premium เพื่อมีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ซื้อหรือสิทธิ์ขายก็ได้ โดยใช้สิทธิ์ในระยะเวลาที่กำหนด

เช่น สัญญา long call สัญญาใช้สิทธิ์ซื้อ เมื่อ BTC ราคา 98,000$ โดยต้องจ่ายค่า premium 100$ เพื่อLock สิทธิ์

ถ้าราคา BTC = 95,000$ เราไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ได้ เพราะซื้อในตลาดถูกกว่า เเต่เราจะต้องเสีย premium ที่เราวางไว้ เป็นต้น

พอจะเห็นภาพใช่มั้ยครับ
ซึ่งจะมาพูดในส่วนของ options กัน

Options มีการใช้สิทธิ์อยู่ 2 แบบ

  • Call Options โดยมี Long call คือ สิทธิ์ในการซื้อ Long put คือ สิทธิ์ในการขาย
  • Put Optionsโดยมี Short call คือ ผู้ที่มีหน้าที่ต้องขายจะคู่กับ Long call
    Short put คือ ผู้ที่มีหน้าที่ต้องซื้อจะคู่กับ Long put

โดยมีคำศัพท์ควรรู้อีกเล็กน้อย จะได้เข้าใจภาพรวมทั้งหมดกัน

Strike price = ราคาที่จะซื้อจะขาย
maturity=วันสิ้นสัญญา
premium=เบี้ย
time to maturity=ระยะเวลาสัญญา

อาจจะยังงงๆ งั้นเริ่มอธิบายทีละข้อกันมาเริ่มที่

Long Call Option

สิทธิ์ในการซื้อ จากรูปจะเห็นว่าถ้าเราคิดว่าราคา สินทรัพย์ที่เราสนใจมีเเนวโน้มที่จะขึ้น
ซึ่งขณะนี้ ราคาอยู่ที่ 90$ เราอาจจะซื้อ Long call ที่ราคาเริ่มใช้สิทธิ์ Strike Price=100$
โดยมีค่า Premium ที่ 5$

จะเห็นว่าถ้าราคาเป็น 80$ เราคงไม่ใช้สิทธิ์ เพราะซื้อปกติถูกกว่า
ราคาใช้สิทธิ์เราจะต้องซื้อที่ 100$
เมื่อไม่ใช้สิทธิ์ เราต้องเสียค่า Premium ให้กับฝั่งที่มีหน้าที่ขาย คือ Short call

ซึ่งเมื่อเทียบกับการ Long Futures ถ้าเกิดลงไปเหลือ 45$ เราจะเสีย 50% เเต่ถ้ามี option จะเสียสุดที่เเค่ค่า Premium

รูปกราฟของ Long Futures
ซึ่ง Long call = Long future ครึ่งเดียวเพราะ Long Future ราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆตามกราฟ

Long Call Option เหมาะใช้เมื่อไหร่?

ให้คิดว่าเหมือนซื้อหวย เพราะถ้าราคาไม่ไปตามที่คิดเราจะเสียเเค่ค่า Premium หวยเหมือนเราเสียค่า Premium ไปก่อน 80 บาท หรือวิเคราะห์มาเเล้วว่ามีโอกาสที่ราคาขึ้น


Short Call Option

เป็นฝั่งตรงข้ามกับ Long call เราต้องมีหน้าที่ขายให้ฝั่ง long call ซึ่งฝั่งขายต้องมีสินทรัพย์นั้นๆเพื่อไว้ขาย เพราะมีหน้าที่ต้องขาย ไม่เหมือนฝั่ง long call ที่มีสามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้

เมื่อราคาไม่ถึง Strike Price หลังจากหมดอายุสัญญา ฝั่ง short call ได้ค่า Premium
จากฝั่ง Long call

จากรูป ถ้าสินทรัพย์ ราคา 90$ ราคาที่ต้องขายสินทรัพย์ 100$ ถ้าราคาไม่ถึง 100$ จะได้ค่า Premium เเต่ถ้าราคาเกิน 100$ เป็นต้นไป จะขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าราคาไปที่ 150$ ต้องมาขายที่ 100$ ตามสัญญา

Short Call Option เหมาะใช้เมื่อไหร่?

เหมาะสำหรับที่เรามีสินทรัพย์ที่อยากจะขายอยู่เเล้วตาม Target ที่เราตั้งไว้

เช่น มีหุ้นที่ถือไว้อยู่เเล้ว ราคา 50$ ตั้งใจจะทำกำไรเมื่อราคา 100$ แทนที่จะรอขายเฉยๆ
มาทำการ Short call

ถ้าราคาไม่ถึงก็ได้กินค่า Premium ไป เเต่ถ้าราคาถึง 100$
เราต้องการที่จะ Take Profit อยู่เเล้ว ก็ขายไป


Long Put Option

หมายถึงเราสิทธ์ในการขายรือไม่ขายก็ได้ จะตรงข้ามกับ Long call

จากรูปถ้าถือสินทรัพย์จากทุน 50$ เเต่ตอนนี้ราคา 80$ เเล้วไม่เเน่ใจว่าราคาจะลงมั้ย เเต่ขึ้นต่อก็ไม่เปนไร

อยากจะ Lock ราคาขาย 70$ ใช้สัญญา Long Put จ่ายค่า Premium ถ้าราคาลงไปที่ 50$ เราใช้สิทธิ์ในการขายที่ ราคา 70$ ได้ ถ้าราคาขึ้นเราก็จะไม่ใช้สิทธิ์เพราะขายในตลาดได้ราคาดีกว่า

รูปกราฟของ Short Futures
ซึ่ง Long put = Short future ครึ่งเดียวเพราะ Short Future ราคาจะลงไปเรื่อยๆตามกราฟ

Long Put Option เหมาะใช้เมื่อไหร่?

ให้คิดว่าเหมือนซื้อประกัน ที่เราจ่ายเบี้ยประกันไปเพื่อที่จะ Lock ความเสี่ยงที่จะเกิด ส่วน Long Put ก็ไม่รู้ว่าราคาที่ถือจะลงมั้ย ยอมที่จ่ายค่า Premium เพื่อที่จะได้ราคาตามมูลค่าเดิมของเรา


Short Put Option

เป็นฝั่งตรงข้ามกับ Long put เราต้องมีหน้าที่รับซื้อให้ฝั่ง long put ซึ่งฝั่งซื้อต้องมีเงินเพื่อไว้ซื้อ เพราะมีหน้าที่ต้องซื้อ ไม่เหมือนฝั่ง long put ที่มีสามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้

เมื่อราคาไม่ถึง Strike Price หลังจากหมดอายุสัญญา ฝั่ง short put ได้ค่า
Premium จากฝั่ง Long put

จากรูป
ราคาสินทรัพย์อยู่ที่ 80$ ราคาที่เรารับซื้อ หรือ Strike Price 70$ ถ้าราคาลงไม่ถึง 70 $ ก็จะได้ค่า Premium ถ้าราคาลงไปต่ำกว่า 70$ ก็ต้องรับซื้อทุกกรณี

ราคาลงไปที่ 50$ เราก็ต้องรับซื้อที่ 70$ ตามสัญญา

Short Put Option เหมาะใช้เมื่อไหร่?

ใช้เมื่อเราอยากจะซื้อสินทรัพย์ราคานั้นๆอยู่เเล้ว เช่น อยากจะซื้อที่ราคา 70 $ แทนที่จะรอเฉยๆ
อาจจะเปิด Short Put เพื่อที่ราคายังไม่ถึง target ก็จะได้ค่า Premium
ถ้าราคาถึงก็ได้ซื้อเหมือนที่ตั้งใจไว้


สรุป

จากที่เล่าทั้งหมดเป็นการอธิบาย Options เบื้องต้นที่อยากให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเทรดอยู่เเล้ว
ถ้าเข้าใจเรื่อง Options ด้วยเราคิดว่าน่าจะปรับใช้ในส่วนช่วยใน Port ของเราไม่มากก็น้อย

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนนะครับขอบคุณครับ

Leave a comment