ไม่มีใครอยากป่วย เเค่ปรับพฤติกรรม กับ 6 pillars of lifestyle medicine

สำหรับคนวัยทำงานบางทีอาจจะละเลยเรื่องสุขภาพของตัวเอง
เพราะความคิดที่ว่าร่างกายยังเเข็งเเรง

หรือการกินเป็นการกินอาหารเเช่เเข็ง เพื่อความสะดวกและเเม้กระทั่งการอดนอน

ทำให้คนในสังคมเป็น

(NCDs) คือโรคไม่ติด่อไม่เรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular diseases)
  • โรคมะเร็ง (Cancers)
  • โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง (Chronic respiratory diseases)
  • โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus)

หรือเเม้กระทั่งเป็นโรคเกี่ยวกับจิตใจ ซึมเศร้า ต่างๆเป็นต้น

ผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มอายุ 30-69 ปี พบว่า มีสัดส่วนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิด NCDs สูง (รับประทานอาหารแปรรูป, ไขมันสูง, ดื่มแอลกอฮอล์, ไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น)

เเละในปี 2022 มีผู้ป่วยมะเร็งใหม่ในไทยมากถึง 183,541 ราย

เเละจะเริ่มกันยังไงดี?

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Longevity กันมาบ้าง

สำหรับคนที่ไม่ทราบ

Longevity คือ การที่ชีวิตเเละสุขภาพร่างกายของเราดีเป็นปกติ
เเม้อายุของเราจะมากขึ้นโดยไม่มีโรคภัย

โดยมี

Life Span คือ อายุจริงตามปีปฎิทิน
Health Span คือช่วงสุขภาพของเราที่ไม่ป่วย

เช่น อายุจริง 76 ปี (Life Span) ถ้าร่างกายของต้องนอนติดเตียง 10 ปี เเสดงว่า Health Span ของเราน้อยกว่าอายุจริงเรา

Longevity คือ เเม้เราจะอายุ 76 ปี เรายังเเข็งเเรงเเละดูแลตัวเองได้
เหมือนกับอายุจริงของเรา Life span เเละ Health span ของเรา ไปด้วยกัน

6 pillars of lifestyle medicine

  1. การนอน เราควรนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพราะว่าการนอนของเรามันเป็น Loop คือ หลับตื้น(Light) หลับลึก(Deep) เเละหลับฝัน (REM) มันจะวนอย่างนี้ทั้งคืน เราควรนอน หลับลึกอยางน้อย 60-90 นาที ต่อคืน ซึ่งจะได้ประมาณนี้ต้องนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  2. การกิน เเนะนำสิ่งที่ควร ลด คือ UPF ( Ultra Process Food) น้ำตาลต่างๆ เเละสิ่งที่คนกินไม่ถึงนั้นคือ โปรตีน ควรจะเลือกกินสิ่งที่เห็นเเละรู้ว่าทำจากวัตถุดิบอะไร
  3. การออกกำลังกาย ทุกคนทราบกันดีอยู่เเล้วการออกกำลังเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะ cardio , weight training ร่างกายควรต้องมีกล้ามเนื้อเพราะเมื่ออายุมากขึ้นจะเกิด

    โรคSarcopenia หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย คือ ภาวะที่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ จะเริ่มเสียมวลกล้ามเนื้อ อายุ 30 ปี โดยจะเสียเฉลี่ปีละ 1 %
  4. การจัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรังทำให้ร่างกายอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงโรค NCDs ฝึกหายใจลึก ๆ สมาธิ โยคะ ฟังเพลง เดินเล่น หรือติดต่อพูดคุยกับเพื่อน
  5. หลีกเลี่ยงสารอันตราย เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ ต่างๆ เพราะเป็นพิษกับร่างกาย
  6. ความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี การมีความสัมพันธ์ที่ดีช่วยลดภาวะซึมเศร้าและเพิ่มอายุขัย

อยากให้ทุกคนหันมาดูเเล ในเชิงป้องกัน มากกว่า การรักษา เพราะจากการศึกษา ค่าใช้จ่ายการป้องกันถูกกว่ารักษาอย่างมาก เช่น

เบาหวานชนิดที่ 2 ค่าการป้องกัน ค่าตรวจสุขภาพ + อาหาร + ออกกำลังกาย =3,000–6,000 บาท/ปี

ค่าการรักษา ค่ายา + ตรวจเลือด + พบแพทย์ + ภาวะแทรกซ้อน =20,000–100,000 บาท/ปี

ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างกันมาก

สรุปคืออยากให้ทุกคนสุขภาพดีขึ้นครับ เพื่อตัวเองเเละคนที่เรารัก

Leave a comment