มีคนไทย 61% วางแผนเกษียณแล้ว
แต่มีแค่ 15.7% ที่ทำได้ตามแผน
ข้อมูลกลุ่มที่สำเร็จปัจจุบัน จากข้อมูล
“ไขรหัสพฤติกรรมการออมของผู้บริโภคไทย” ของ ธนาคารกรุงศรี คือ
– ออม+ลงทุน ~40% ของรายได้
– รายได้ส่วนใหญ่เกิน 100,000 บาท
– ใช้ RMF และ Provident Fund
กลุ่มส่วนใหญ่:
– 70% ของเงินออมอยู่ในเงินฝาก
– และสุดท้าย ทำได้ตามแผนเพียง 15.7%!

ตัวอย่างทดลองกรอกข้อมูล
ทำไมตัวเลขการออม+ ลงทุนจะเท่ากับครึ่งนึงของรายได้
เเละลงทุนในความเสี่ยงต่ำที่ สู้เงินเฟ้อปัจจุบันไม่ได้
คำถามเเละอนาคต
ต้องออม 50–60% ไหม?
ต้องมีรายได้ 200,000 ไหม?
ต้องเพิ่มความเสี่ยงไหม?
จากกลุ่มตัวอย่างที่เกษียณได้
“พอร์ตถูกออกแบบมาสำหรับโลกแบบไหน?”พอร์ตแบบดั้งเดิมถูกออกแบบในยุคที่:
-เงินเฟ้อต่ำ ไม่เท่ากับปัจจุบัน
-ระบบการเงินเสถียรเเละไม่ได้มีการผลิตเงินมากเท่ายุคปัจจุบัน
-โลกยังไม่แบ่งข้างกันรุนแรง
ดังนั้นไม่ผิดเลยที่
-เงินฝาก
-กองทุนความเสี่ยงต่ำ
-RMF / Provident Fund
มันไม่ได้ผิดนะครับ
เเต่มันเหมาะกับปัจจุบันมั้ย
เงินเฟ้อจริงปัจจุบัน 7%
เงินฝากตอนนี้อยู่ 1–2%
แปลว่า Real Return ติดลบ
นั่นหมายความว่า
ปัญหาอาจไม่ใช่ไม่ออม
แต่คือ “ออมในหน่วยที่เสื่อมค่า”
ดังนั้นคำถามใหม่ไม่ใช่จะออมเพิ่มอีกกี่เปอร์เซ็นต์?
แต่คือเงินที่คุณออมสามารถรักษาอำนาจซื้อได้จริงมั้ย
ถ้าจะออกแบบพอร์ตใหม่สำหรับโลกเงินเฟ้อสูง
อาจจะเป็น Guide line ได้นะครับ
1.สร้าง Engine รายได้ก่อนลงทุน
การลงทุนต้องมีทุน
ถ้าทุนยังเล็ก ควรโฟกัสที่การเพิ่ม Productivity
สร้างธุรกิจ / Upskill / เพิ่มรายได้
การลงทุนไม่ใช่ทางลัดของคนทุนเล็ก
2.ศึกษา สินทรัพย์ Store of Value
ทองคำ / Bitcoin / สินทรัพย์จำกัดปริมาณ
3.เเยกการลงทุนเเละการออม
เงินออม = เงินที่ต้องรักษา
การลงทุน = เงินที่ยอมรับความเสี่ยงได้
ทุกวันนี้หลายคนเอาเงินออมทั้งหมดไปลงทุน
แล้วเรียกมันว่า “วางแผนเกษียณ”
4.ลงทุนเปรียบเทียบ กับ Store of value
ถ้าสินทรัพย์ที่คุณถืออยู่เฉย ๆ
สามารถรักษาอำนาจซื้อได้ดีกว่าการลงทุนเสี่ยง
คุณอาจไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเพิ่ม
ลงทุนเฉพาะเมื่อ “ผลตอบแทนชนะต้นทุน
สินทรัพย์ที่เป็นกลาง
หุ้นอาจชนะเงินเฟ้อ
แต่หุ้นยังผูกกับเศรษฐกิจและรัฐบาล
ทองคำและ Bitcoin
มีลักษณะเป็นกลางทางการเมืองมากกว่า
ในโลกที่ความเชื่อในรัฐลดลงสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับรัฐอาจมีบทบาทมากขึ้น
สุดท้าย
การเกษียณไม่ใช่แค่ “มีเงินก้อน”
แต่คือ การรักษาอำนาจซื้อของเงินก้อนนั้นให้ได้นานที่สุด
รุ่นพ่อแม่เราอาจทำได้ด้วยระบบเดิม
แต่เมื่อบริบทเปลี่ยน
แผนก็ต้องเปลี่ยน
ลองหยิบแผนเกษียณของคุณขึ้นมา
แล้วคำนวณใหม่ด้วยเงินเฟ้อ 7%
คุณอาจพบว่าสิ่งที่ต้องปรับ
ไม่ใช่จำนวนเงิน
แต่คือ “โครงสร้างพอร์ต”
ขอบคุณครับ


Leave a comment