ถ้าอยาก DCA Bitcoin ให้ได้มากขึ้น ทำยังไงได้บ้าง
Behind the Crypto EP.29 คุณ หาญ ให้ดูตัวเลขเพิ่มเติมอีกหน่อย
นั้นคือ
MVRV
MVRV ย่อมาจาก Market Value to Realized Value
ดูว่าราคาตอนนี้ถูกหรือแพง เทียบกับต้นทุนเฉลี่ยของทั้งตลาด
เปรียบเทียบกับการซื้อทุเรียน
คน 1,000 คน ซื้อทุเรียนจากหลายร้าน บางคนได้ถูก บางคนได้แพง
ถ้าเอาต้นทุนของทุกคนมาเฉลี่ย แล้วเทียบกับราคาที่ตลาดขายอยู่ตอนนี้
ราคาตลาดสูงกว่ามาก แปลว่าคนส่วนใหญ่กำไร ถ้าต่ำกว่า แปลว่าคนส่วนใหญ่ขาดทุน
MVRV ก็คือแบบเดียวกัน แค่เปลี่ยนจากทุเรียนเป็น Bitcoin
ถ้าเท่ากับ 1 เเสดงว่าราคาเท่ากับราคาเฉลี่ย
ต่ำกว่า 1 – ราคาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย
เกิน 3–4 – ราคาสูงกว่าต้นทุน
ตัวที่สองคือ Short-term MVRV หลักการเดียวกัน แต่ดูแค่คนที่ถือมาไม่เกิน 155 วัน
ใช้ดูประกอบในระยะสั้น
วิธีใช้มี 2 แบบ
แบบ A ซื้อเฉพาะตอน MVRV ต่ำกว่า 2
แบบ B ปรับจำนวนซื้อ ราคาถูกซื้อมาก ราคาแพงซื้อน้อย
ตัวอย่างแบบ B ในคลิป ซื้อครั้งละ 100 บาท
MVRV ต่ำกว่า 1 – ซื้อ 3 เท่า 300 บาท
1 ถึง 1.5 -ซื้อ 2 เท่า 200 บาท
1.5 ถึง 2 – ซื้อตามปกติ 100 บาท
เกิน 2 – ลดเหลือครึ่งเดียว หรือหยุดซื้อ
ถ้าจะดู Short-term MVRV ประกอบ ก็เอามาคูณเพิ่มอีก
คนซื้อระยะสั้นขาดทุนก็ซื้อเพิ่ม กำไรเยอะก็ซื้อน้อยลง
ผลย้อนหลัง 5 ปี ช่วง 2021–2025 เทียบกับ DCA ธรรมดา
แบบ A
ต้นทุนเฉลี่ยถูกลงราว 23% แต่จำนวนเงินที่ซื้อน้อย จึงได้ Bitcoin น้อยกว่า
แบบ B ดู MVRV อย่างเดียว
ต้นทุนเฉลี่ยถูกลงราว 28% ได้ Bitcoin มากขึ้นราว 52% ใช้เงินรวมใกล้เคียงกัน
แบบ B ดู Short-term
ประกอบด้วย ได้ Bitcoin มากกว่าเท่า แต่ใช้เงินมากขึ้นราว 1.5 เท่า
แนะนำให้ยึด MVRV เป็นหลัก ส่วน Short-term เอาไว้ดูประกอบมากกว่า
เพราะบางช่วงระยะยาวถูกมาก แต่ระยะสั้นกลับบอกว่าแพง
สรุป
มันคือการ DCA นะครับ ซึ่งมันคือการเฉลี่ยซื้อ
เเต่เเค่เพิ่มเกณฑ์การซื้อเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เเล้วอย่าลืมว่าการ DCA คือความสม่ำเสมอ อันนี้สำคัญ
เเละมันคือการเก็บซื้อเก็บมูลค่าในระยะยาว
ขอบคุณครับ
เเละสามารถ ลอง”เครื่องมือวางแผน Bitcoin (ฟรี)”


ใส่ความเห็น