คนที่มี Bitcoin อยากใช้เงินเเล้วไม่อยากจะขาย
ก็จะมีวิธีคือเอา Bitcoin ไปค้ำกู้
เเละส่วนมากคือ “หาดอกเบี้ยถูกที่สุด”
หรือเเค่ต้องการเอา Bitcoin ไปหา yield
ซึ่งมีหลายเคส เช่น Celsius และ BlockFi
ที่ Bitcoin ไปวางไว้ เเต่ bitcoin ได้หายไปเลย
เเละนี่คือความเสี่ยง
คลิปของ Mark Moss
มี 6 เรื่องที่ต้องเช็คก่อนเอา Bitcoin ไปวาง
มีอะไรบ้าง
สำหรับคนเริ่มต้นที่ต้องเข้าใจ
ตัวเลขที่ต้องรู้คือ LTV (Loan to Value)
คือกู้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหลักประกัน
มี Bitcoin 1 ล้าน กู้ 3 แสน = LTV 30%
ถ้าราคา Bitcoin ลง LTV จะสูงขึ้นเอง ทั้งที่เราไม่ได้กู้เพิ่ม
1. ใครคุมหลักประกันของเรา
DeFi ฝาก Bitcoin ไว้ smart contract ไม่มีบริษัทอยู่ตรงกลาง
ดอกเบี้ยมักถูกกว่า แต่ถ้าโค้ดมีช่องโหว่ ก็โดนแฮกได้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย
CeFi ฝากไว้กับบริษัท รู้ว่าใครเป็นผู้บริหาร ใครรับผิดชอบ แต่ต้องไว้ใจบริษัทนั้นคำถามคือ เราไว้ใจอะไรมากกว่า
โค้ดที่เราอ่านไม่ออก หรือบริษัทที่เราตรวจสอบได้
2. เขาเอาหลักประกันเราไปทำอะไร
Celsius กับ BlockFi เอา Bitcoin ของลูกค้าไปปล่อยกู้ต่อ
เรียกว่า Rehypothecation
ตัวอย่างเช่น
เราให้ A ยืม A ติดเราอยู่ 1 แท่ง
A เอาไปให้ B ยืมต่อ B ติด A อยู่ 1 แท่ง
บนกระดาษมีช็อกโกแลต 3 แท่ง แต่ของจริงมีแท่งเดียว
ถ้า B กินไป ทุกคนเสียพร้อมกันหมด
Bitcoin ของเราถูกเอาไปปล่อยต่อมั้ย
ถ้าใช่ ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ผู้ให้กู้คนเดียวแล้ว
3. ถ้าราคาลง จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้า Bitcoin ลงจน LTV สูงถึงระดับที่กำหนด
ผู้ให้กู้จะเรียกให้เติมหลักประกัน เรียกว่า Margin Call
ถ้าเติมไม่ทัน เขาจะขาย Bitcoin ของเราเพื่อปิดหนี้
อาจต้องดูว่า
LTV เท่าไหร่ถึงโดนเรียก ให้เวลาเติมกี่วัน หรือขายทันที
มีแบบที่ไม่มี Margin Call เลยมั้ย และแลกกับอะไร
4. ดอกเบี้ย
Mark Moss บอกว่า เขายอมจ่าย 8–9% กับบริษัทที่ไว้ใจได้และมีประกัน
ดีกว่าจ่าย 5% กับที่ที่ประเมินความเสี่ยงไม่ได้
ส่วนต่าง 3% ต่อปี ถูกกว่าการเสีย Bitcoin ทั้งก้อนมาก
5. กู้นานแค่ไหน
ค้ำกู็ Bitcoin ส่วนใหญ่สัญญาจะเเค่ 1 ปี
แต่เราไม่รู้เลยว่าอีก 1 ปีราคาจะเป็นยังไง
ซึ่งต้องเช็คว่าสามารถต่อสัญญา
ได้เลยมั้ยหรือต้องปิดสัญญาเอาเงินมาคืนก่อน
คืนเงินต้น แล้วรับ Bitcoin คืน
ต่อสัญญา เป็นสัญญาใหม่ ใช้ดอกเบี้ยตอนนั้น
อย่าง Ledn ต่อให้อัตโนมัติ ถ้า LTV ตอนครบไม่เกิน 65%
ถ้าเกิน เขาจะขาย Bitcoin บางส่วนให้ LTV ลงก่อน แล้วค่อยต่อส่วนที่เหลือ
ถ้าเราตั้งใจถือ Bitcoin 10 ปี แต่สัญญาครบทุก 1 ปี
ซึ่งเราต้องคิดเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับการปิดสัญญา ถ้าราคา Bitcoin ลง
6. Bitcoin ยังเป็นของเราอยู่มั้ย ตามกฎหมาย
ฝากถือ กับ โอนความเป็นเจ้าของ ไม่เหมือนกัน
ตู้เซฟ ธนาคารถือไว้ แต่ของในตู้ยังเป็นของเรา
เงินฝาก ฝากแล้วเงินเป็นของธนาคาร ธนาคารเป็นลูกหนี้เรา และเอาไปทำอย่างอื่นได้
Bitcoin ที่เอาไปค้ำ ต้องเป็นแบบตู้เซฟ ไม่ใช่แบบเงินฝาก
ต้องอ่านสัญญาให้รู้ว่า ถ้าผู้ให้กู้ล้ม Bitcoin ของเราอยู่ฝั่งไหน
เเละสามารถโอนออกได้มั้ย ก็เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด
สรุป
ผมว่าการค้ำก็มีความเสี่ยง เเต่ เราสามารถลดควาเสี่ยงได้
ด้วยความเข้าใจ เเละต้องไม่รีบร้อน ลงน้อยๆเเละศึกษา
ก่อนที่จะลง Bitcoin จริง
ขอบคุณครับ


ใส่ความเห็น