Bitcoin คือ Asset
แต่สินทรัพย์สามารถเปลี่ยนมันเป็น สภาพคล่อง (Liquidity) ได้
นี่คือตลาดที่ผู้ถือ Bitcoin สามารถ
ใช้ BTC เป็นหลักประกัน เพื่อกู้เงินโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์
คล้ายๆกับการใช้ในการเงินเเบบเดิม
– บ้านค้ำประกันเงินกู้
– หุ้นค้ำประกัน margin loan
แต่ที่แตกต่าง Bitcoin เป็น สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีสภาพคล่องทั่วโลก
และมีความเป็น Neutral Asset
จึงสามารถใช้เป็นหลักประกันในระบบการเงินดิจิทัลได้
Bitcoin เป็นหลักประกันเพื่อกู้เงิน
มี Bitcoin เเล้วอยากได้สภาพคล่องทำได้ทางไหนบ้าง
จะขายก็เสียดาย อยากมาเเชร์ที่คิดว่าน่าจะทำได้สำหรับคนทั่วไป
Platform
เป็น Centerlize Platform ก็จะมี
1.Hodl Hodl
จะเป็น P2P Non-Custodial ดอกเบี้ยไม่เกิน 11% ต่อปี
2.Ledn
CeFi Global ดอกเบี้ยประมาณ 11.9% ต่อปี
3.Liberix
CeFi ของในประเทศไทย ดอกเบี้ยประมาณ 15% ต่อปี
กู้แบบ P2P
การกู้แบบ Peer-to-Peer คือการกู้กันเองโดยไม่ผ่าน Platform
แต่การกู้แบบนี้ ต้องเข้าใจระบบความปลอดภัยพอสมควร
ซึ่งสามารถคุยเรื่องของดอกเบี้ยกันได้
สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ
สัญญากู้ (Loan Agreement)
แต่ควรมีสัญญาที่ระบุ
– Wallet address
– ระยะเวลากู้
– ดอกเบี้ย
– เงื่อนไข liquidation
เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
Arbitrator
ต้องใช้ Multi-sig แบบ 2-of-3 จะมีผู้ถือกุญแจ 3 ฝ่าย
– ผู้กู้
– ผู้ให้กู้
– คนกลาง
Arbitrator เป็นใครได้บ้าง
เช่น
-เพื่อนหรือบุคคลที่ไว้ใจ สะดวกเเต่ต้องเชื่อใจกัน
-ทนายหรือ law firm มีสัญญารองรับทางกฎหมายเเละมีค่าธรรมเนียม
-Professional Escrow Service ไปฝากกับสถาบันการเงินเเต่ค่าธรรมเนียมอาจจะเเพง
ข้อดี-ข้อเสีย: Platform VS P2P เลือกแบบไหนดี?
แบบ Platform (CeFi – Centralized Finance)
ข้อดี
-ระบบอัตโนมัติ มีระบบจัดการและ Liquidation System ที่ชัดเจน ไม่ต้องลุ้น
ข้อเสีย
-ต้องฝากเหรียญ “Not your keys, not your coins” ต้องเชื่อใจบริษัท
-ไม่มีความเป็นส่วนตัว ต้องทำ KYC (ส่งเอกสารยืนยันตัวตน)
แบบ P2P (Peer-to-Peer)
ข้อดี
-ความเป็นส่วนตัวสูงไม่ต้องทำ KYC
-ควบคุมเองได้ กำหนดเงื่อนไขและดอกเบี้ยได้ ตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย
ข้อเสีย
-ซับซ้อน ต้องมีความรู้เรื่อง Multi-sig Wallet พอสมควร
-ความเสี่ยงรายบุคคล มีความเสี่ยงจากคู่สัญญามากกว่าระบบบริษัท
สิ่งสำคัญที่สุดก่อนกู้
การจัดการความเสี่ยง
ย้ำว่าสิ่งที่ต้องระวังที่สุดในตลาดนี้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
แต่คือ “ความผันผวน” (Volatility)ของ Bitcoin ครับ
ต้องเข้าใจศัพท์เบื้องต้น
LTV (Loan-to-Value)
คือสัดส่วนเงินกู้เทียบกับมูลค่า Bitcoin ที่นำมาค้ำ
เช่น BTC มูลค่า 100,000 ดอลลาร์
LTV 50% → กู้ได้ 50,000 ดอลลาร์
Margin call
Margin Call = 70%
ระบบจะส่งแจ้งเตือนให้คุณ
เติมหลักประกันเพิ่ม
หรือคืนเงินกู้บางส่วน
Liquidation
Liquidation Level = 80%
ระบบจะ Liquidateหรือขาย BTC บางส่วนหรือทั้งหมด
เพื่อชำระหนี้
อาจต้องคำนวนราคา ให้เรียบร้อย อันนี้สำคัญที่สุด
และควรศึกษาความรู้ให้เข้าใจจริงๆก่อนไปกู้ค้ำ Bitcoin
เพราะอาจจะเสีย Bitcoin ที่รักไปได้
หรือสามารถลองกดทดลองได้ตาม link ในคอมเม้นต์
ขอบคุณครับ


Leave a comment