น่าจะทราบกันอยู่แล้วครับ ในปัจจุบันนั้นมี
การพิมพ์เงิน ผมเคยมีคำถามว่า
พิมพ์เงินเเล้วทำไมเราถึงไม่ได้เงินเพิ่ม แล้วมันไปไหน
แล้วถ้าอยากได้ ไอเงินที่พิมพ์เพิ่ม ต้องทำยังไง
“พิมพ์เงิน” ไม่ได้พิมพ์เป็นธนบัตรออกมา
ตอนที่ได้ยินพิมพ์เงิน ภาพในหัวผมคือเป็นแบบ helicopter ที่โปรยแจกเงิน
แต่มันไม่ใช่เเบบนั้น
เงินพิมพ์ใหม่ในระบบ เกิดจากหลักๆ 2 ทาง
ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ อนุมัติกู้ 1 ล้าน ก็มีเงิน 1 ล้านเกิดขึ้นในบัญชีทันที เค้าไม่ได้เอาเงินฝากที่มีอยู่ มาปล่อยกู้แบบ 1:1 นะ
ธนาคารกลางซื้อพันธบัตร เงินจะไหลไปที่ธนาคารพาณิชย์ ตั้งใจให้ปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น
ซึ่งทั้ง 2 แบบ เงินจะไปถึงธนาคาร รัฐบาล และคนที่กู้ก่อน
เงินไม่ได้มาเเจกเเบบที่คิด
คนทั่วไปได้เงินตรงๆ ก็มี แต่ส่วนใหญ่ต้องเป็นช่วงวิกฤต หรือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างตอนโควิด
อยากได้เงินใหม่ก่อนคนอื่น ต้องไปกู้
คนที่ไม่ได้กู้ก็ได้เงินก้อนนี้ ผ่านค่าจ้าง ผ่านการขายของ
แต่ได้ทีหลัง ตอนที่ของแพงขึ้นไปแล้ว
เเละลองดูหนี้ต่างๆ
เช่น หนี้ครัวเรือนไทย ว่ากู้ไปทำอะไรกันบ้าง (สัดส่วนสิ้นปี 2566)
ซื้อบ้าน คอนโด อสังหาฯ 33.8%
ใช้จ่ายส่วนตัว 27.3% เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล กดเงินสด จำนำทะเบียน
ทำธุรกิจ 17.8%
ที่เหลือเป็นหนี้รถ การศึกษา และอื่นๆ
เห็นมั้ยครับ จริงๆ คนทั่วไปก็ได้เงินใหม่นะ
แต่ได้มาในรูปหนี้ ไม่ใช่เงินแจก
จะเห็นว่าหนี้ครัวเรือนที่เอาไปทำธุรกิจ มีแค่ 17.8%
ซึ่งเป็นหนี้ที่มีโอกาสสร้างรายได้กลับมาจ่ายตัวเอง
เเล้วเป็นหนี้ได้เปรียบยังไง
เงินใหม่เกิดขึ้นตอนมีคนกู้
คนกู้คือคนแรกที่ได้ใช้เงินก้อนนั้น
ได้ซื้อสินทรัพย์ในราคาวันนี้ ก่อนเงินที่ไหลเข้ามาจะดันราคาขึ้น
หนี้เป็นตัวเลขคงที่ คืนหนี้ด้วยเงินในอนาคต ที่ค่าลดลงแล้ว
และยิ่งมีเงินหรือทรัพย์สินมาก ยิ่งได้เปรียบ
คนที่รวยมากๆ
เอาพอร์ตหุ้นกู้ไปค้ำกับ Private Bank แล้วกู้เป็นสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ
พอกู้ได้ถูก ก็เอาเงินไป stack ผลตอบแทนซ้อนกันได้ กินส่วนต่างไปเรื่อยๆ
ซึ่งง่ายกว่าไปลงทุนทำธุรกิจจริง
ผลคือเงินมันกระจุก
วนอยู่ในกลุ่มคนที่มีสินทรัพย์ ไม่ค่อยหมุนออกมาถึงคนทั่วไป
กลับกัน ถ้าอยู่ในระบบที่เงินออมเพิ่มมูลค่าได้ การกู้จะแพงขึ้นจริง
เพราะต้องคืนด้วยเงินที่มีค่ามากขึ้น
ใครจะกู้ ก็ต้องเอาไปลงทุนในสิ่งที่สร้างผลตอบแทนได้จริง ไม่ใช่กู้มากินส่วนต่างง่ายๆ
สรุป
เงินมันไม่ได้โปรยแจกแบบที่เราคิด แค่นั้นเอง
และคนที่รู้ว่าเงินใหม่อยู่ไหน ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้
และคำสอนที่ให้เรากลัวหนี้ มันไม่ได้เหมาะกับระบบที่หนี้คือเงินเลย
เงินใหม่มันไม่ค่อยหมุนมาถึงเรา
มันไปกองอยู่ในพันธบัตร และสินทรัพย์ ของคนที่มีอยู่แล้ว
คนที่ได้ประโยชน์ก่อน คือคนที่อยู่ใกล้เงินใหม่
ธนาคาร คนที่มีสินทรัพย์ และคนที่กู้ไปซื้อสินทรัพย์
ขอบคุณครับ


ใส่ความเห็น