ส่วนมากตอนนี้ผมว่าเราโฟกัสกันว่า ต้องเก็บ Bitcoin ให้ครบเท่าไหร่ถึงจะเกษียณได้ แล้วแต่การประมาณการของแต่ละคน
เเค่คิดว่าสะสมครบแล้ว เกษียณได้ ถอนมาใช้ทุกปี แค่นี้จบ
แต่มันอาจไม่ง่ายขนาดนั้นครับ
จากคลิปของ Mark Moss เขาเอาตัวเลข 6.1 BTC ไปลอง backtest
สมมติเริ่มเกษียณเดือน พ.ย. 2564 ซึ่งเป็นยอดดอยรอบที่แล้ว
มูลค่าตอนนั้นราว 400,000 ดอลลาร์
ถือ 6.1 BTC แล้วขายทุกสัปดาห์เพื่อจ่ายค่าใช้จ่าย ยาว 4.2 ปี
ถึง มี.ค. 2569
แล้วลองเปลี่ยนการถอนใช้ในแต่ละปี
เริ่มจาก 4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักวางแผนการเงินทั่วไปแนะนำ
ถอนปีละ 4% → เหลือ 4.3 BTC (71%)
ถอนปีละ 10% → เหลือ 1.67 BTC (27%)
ถอนปีละ 15% → หมดเกลี้ยง ไม่เหลือเลย
จะถอนมากน้อย Bitcoinจะหายไปพอสมคสร
Bitcoin ราคาขึ้น แต่คนที่ถอน 15% ไม่เหลืออะไรเลย
ผมว่าหลังจากเก็บครบตามเป้าแล้ว ควรต้องวางแผนการถอนใช้ด้วย
Bitcoin ราคาก็ขึ้นเเต่ทำไมถอนแล้วน้อยลงเรื่อยๆ จนหมดได้
ง่ายๆ เลยครับ
ค่าใช้จ่ายเราคงที่ แต่ราคา Bitcoin ไม่คงที่
ช่วงไหนราคาตก เราต้องขายมากขึ้นเพื่อให้ได้เงินเท่าเดิม
ที่ยอดราคา 64,882 ดอลลาร์
ถ้าต้องใช้ 1,000 ดอลลาร์ ขาย 0.0154 BTC
ที่ราคาต่ำสุด พ.ย. 2565 ราคา 15,781 ดอลลาร์
ใช้ 1,000 ดอลลาร์เท่าเดิม ต้องขาย 0.0634 BTC
ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่ต้องขาย Bitcoin มากกว่าเดิม 4 เท่า
และ Bitcoin เมื่อขายไปแล้ว มันก็หลุดจากมือเราไปเลย
ปกติช่วงสะสม ราคาลงคือเราซื้อได้มากขึ้น
แต่ตอนถอน มันกลับด้านกัน ราคาลงคือต้องขาย Bitcoin มากขึ้น
เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของ Bitcoin
ในวงการวางแผนเกษียณเขาเรียกว่า sequence of returns risk
Fidelity เคยทำตัวอย่างไว้
สองคนมีเงินเท่ากัน 1 ล้านดอลลาร์ ถอนใช้ปีละ 50,000 เท่ากัน
ตลาดเดียวกัน ต่างกันแค่ลำดับก่อนหลัง
คนที่เจอปีดีก่อน ผ่านไป 30 ปี เหลือมากกว่า 3 ล้านดอลลาร์
คนที่เจอปีแย่ก่อน เงินหมดในปีที่ 27
ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ จริงมั้ยครับ
แผนหลังเกษียณสำคัญพอๆ กับก่อนเกษียณ
เเต่เเค่ใส่เงินสดสำรองเข้าไปในเคสถอนปีละ 15%
ไม่มีเงินสดสำรอง ขายทุกสัปดาห์ → หมดเกลี้ยงใน 3.9 ปี
มีเงินสดสำรอง 2 ปี ค่อยเริ่มขาย → ยังเหลือ 2.38 BTC (39%)
หรือจะใช้อีก 2 วิธีนี้ก็ได้
มีกระแสเงินสดจากของที่ผลิตเงินได้ เช่น ธุรกิจหรือค่าเช่า
ยืดหยุ่นค่าใช้จ่าย ปีไหนราคาแย่ ก็ถอนให้น้อยลง
สรุป
ถูกต้องแล้วครับที่เรามีแผนเกษียณ แต่อย่าลืมวางแผนหลังเกษียณด้วย
เป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจยังไม่ได้คิด
เพราะเราไม่ทราบจริงๆว่าราคาตอนที่ถอนใช้ตอนนั้น ราคาจะเป็นยังไง
ผมว่าการคิดเผื่อไว้ย่อมดีกว่า
เก็บให้ถึงเป้าเป็นเรื่องสำคัญครับ
แต่ระบบที่ทำให้เราไม่ต้องขายในวันที่ไม่อยากขาย สำคัญไม่แพ้กัน
ขอบคุณครับ


ใส่ความเห็น