ถ้าครอบครัวรายได้ 50,000 แต่ใช้ เดือนละ 68,500 มาหลายปี คิดว่าจะจบยังไง? เเต่ “รัฐบาลสหรัฐ”เป็นแบบนี้อยู่

หนี้รัฐบาลสหรัฐเพิ่มเป็น 40 ล้านล้านดอลลาร์
เเละมีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย

Ray Dalio ให้สัมภาษณ์
และบอกว่ากลไกที่ประเทศเจ๊ง ไม่ได้ซับซ้อนเลย

เหมือนรายรับ รายจ่ายของคนทั่วไปต่างกัน
แค่ประเทศพิมพ์เงินได้ ถ้าเป็นคนทั่วไปคือเจ๊งไปเเล้ว

ตัวเลขของสหรัฐ ปีงบ 2569

📌 รายได้ราว 5.4 ล้านล้านดอลลาร์
📌 ใช้จ่ายราว 7.4 ล้านล้านดอลลาร์
📌 ขาดดุลราว 2 ล้านล้านดอลลาร
📌 หนี้สะสม 40.44 ล้านล้านดอลลาร์
📌 ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

มากกว่างบกลาโหมทั้งปี

ถ้าเป็นครอบครัวรายได้เดือนละ 50,000 บาท

📌 รายได้เดือนละ 50,000 บาท
📌 แต่ใช้จ่ายเดือนละราว 68,500 บาท ใช้เกินทุกเดือน 18,500 บาท
📌 มีหนี้สะสม 4.5 ล้านบาท เท่ากับรายได้ 7 ปีครึ่ง
📌 จ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียว เดือนละราว 9,300 บาท 1 ใน 5 ของรายได้

และส่วนที่ใช้เกิน ก็ต้องกู้มาเพิ่ม
ถ้าเป็นคนปกติ คิดว่ามันจะยังไงครับ หมดตัวเเน่นอน

กลไกที่ Dalio อธิบาย

ถ้าหนี้โตเร็วกว่ารายได้ ดอกเบี้ยจะกินรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ
เงินที่เหลือไว้ใช้อย่างอื่นก็น้อยลง

เเละต้องกู้เพิ่มมาจ่ายดอก วนไปเรื่อยๆ
Dalio บอกว่า เงินที่สหรัฐกู้ ราว 1 ใน 3 มาจากต่างชาติ

โดยเฉพาะจีนกับญี่ปุ่น

📌 จีน ไม่อยากถือเพิ่ม เพราะเป็นทั้งเจ้าหนี้และคู่แข่งกัน
📌 ญี่ปุ่น เคยให้กู้เยอะ ตอนนี้อยากดึงเงินกลับ

คนอยากกู้มีเท่าเดิม แต่คนให้กู้น้อยลง
ราคาของเงิน ซึ่งก็คือดอกเบี้ย ก็ต้องขึ้น

ตอนนี้พันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี ให้ดอกเบี้ยราว 5.3%
สูงกว่าปีที่แล้วราว 0.7%

มันยิ่งทำให้ต้นทุนเงินสูงขึ้น

รัฐบาลไม่ลดการกู้ เพราะยังไงก็ต้องใช้เงิน
Dalio บอกว่าคนที่เเย่ คือคนรายได้น้อย

คนที่ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน
ส่วนบริษัทใหญ่ โดนทีหลัง
ช่องว่างระหว่างคนมีกับคนไม่มี เลยยิ่งกว้างขึ้น

ต่างจากครอบครัวตรงที่รัฐบาล พิมพ์เงินได้

ครอบครัวที่หนี้มากกว่ารายได้ ต้องลดรายจ่าย หรือเพิ่มรายได้
แต่รัฐบาลทำง่ายๆคือ

คือพิมพ์เงินเพิ่ม โดยการปล่อยกู้ตัวเอง
เเต่มันจะต้องมีวันจบ เเต่จบยังไงก็ต้องรอดู

สรุป

ผมว่าด้วย concept รายจ่ายมากว่ารายได้ยังไงก็พัง
เเต่ด้วยเงื่อนไขทางปฎบัติเเละขนาดที่ใหญ่

มันเลยยังไม่ล้มง่ายๆ
เเต่ถ้าคุณเห็นเเบบนี้ คุณคิดว่ายังไง มันจะไปเเบบนี้ต่อ หรือ จะพัง

ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น